ศูนย์รวมสินค้าบ้านของคนไทย ครบเรื่องบ้าน ถูกและดี
logo_mobile
search
เลือกสาขา
หน้าแรก
บทความ
เลือก ‘สีทาบ้าน’ อย่างไรให้บ้านสวยทนทานยาวนาน

เลือก ‘สีทาบ้าน’ อย่างไรให้บ้านสวยทนทานยาวนาน


 
สีทาบ้าน (Paint) คือสิ่งที่ช่วยให้ผนังอาคารบ้านเรือนมีความสวยงาม พร้อมรักษาพื้นผิวผนังจากสภาวะอากาศ ไม่ว่าจะแดด ลม ฝน ความร้อน ความชื้น หรือแม้แต่ฝุ่นละออง ซึ่งสีทาบ้านไม่ได้มีแค่สีสันหรือเฉดสีมากมายหลากหลายเท่านั้น แต่โลกของสีทาบ้านยังมีประเภทของสีให้เลือกใช้งานตามวัตถุประสงค์ จะมีแบบไหน ประเภทใดบ้าง ตามมาดูพร้อมกันเลย 

ประเภทของสีหลัก ๆ มีดังนี้


  1. สีรองพื้นปูน
    • เป็นสีสำหรับเตรียมพื้นผิว ใช้ทาก่อนลงมือทาสีจริง ช่วยให้สียึดเกาะได้ดี ติดทนนาน เรียบเนียน ไม่ลอกล่อน
    • มีทั้งแบบใช้ทาได้ทั้งภายใน หรือทาภายนอกอาคาร
    • สีรองพื้นปูนใหม่ ใช้กับงานปูนฉาบใหม่ ช่วยลดความเป็นด่างของปูนที่จะทำปฏิกิริยากับสีทับหน้า
    • สีรองพื้นปูนเก่า ใช้สำหรับทาผนังปูนที่เคยทาสีมาแล้ว ช่วยเพิ่มการยึดเยาะ ป้องกันสีลอกล่อน หรือเป็นฝุ่นชอล์ก
    • ผิวหน้าที่เหมาะในการทา : ปูน คอนกรีต ไฟเบอร์ซีเมนต์
  2. สีน้ำอะคริลิก
    • เป็นสีทับหน้าหรือสีที่ใช้ทาผนังปูน ต้องผสมด้วยน้ำก่อนใช้งาน
    • มีทั้งแบบใช้ทาได้ทั้งภายใน หรือทาภายนอกอาคาร
    • สีบางรุ่นสามารถใช้ทาได้ทั้งภายในและนอกอาคาร
    • สีทาภายนอกจะผสมสารที่ช่วยให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อม จึงราคาแพงกว่าสีทาภายใน
    • แห้งเร็ว ปกปิดได้ดี ป้องกันเชื้อรา ไม่มีกลิ่นฉุน หรือสารระเหยที่เป็นอันตราย
    • ผิวหน้าที่เหมาะในการทา : ปูน คอนกรีต ไฟเบอร์ซีเมนต์
  3. สีน้ำมัน
    • ให้ความเงาและเรียบเนียนแก่พื้นผิว
    • มีทั้งสีรองพื้นและสีทับหน้า
    • ต้องผสมด้วยน้ำมันสน หรือทินเนอร์ก่อนใช้งาน
    • เช็ดล้างทำความสะอาดง่าย
    • ผิวหน้าที่เหมาะในการทา : ไม้ เหล็ก พลาสติก
  4. สีย้อมไม้
    • ช่วยให้ไม้มีความคงทน ไม่เสื่อมคุณภาพ
    • มีทั้งแบบที่เปลี่ยนสีไม้ตามต้องการ หรือเป็นฟิล์มสีโปร่งแสง
    • ไม้มีความเงางาม ช่วยโชว์ลายไม้ให้ชัดเจน
    • เหมาะกับผิวไม้หรืองานเฟอร์นิเจอร์
    • ผิวหน้าที่เหมาะในการทา : ไม้
  5. น้ำยารักษาเนื้อไม้ 
    • ช่วยทดแทนน้ำมันตามธรรมชาติของเนื้อไม้
    • ป้องกันการเสื่อมคุณภาพของไม้ ยืดอายุการใช้งาน
    • ไม่เปลี่ยนสีของไม้
    • ผิวหน้าที่เหมาะในการทา : ไม้ 
เมื่อสีทาบ้านมีหลากหลายประเภทแล้ว แน่นอนว่าสีเหล่านั้นก็ต้องพึ่งอุปกรณ์ในการทาสีแตกต่างกันไป เพราะสีแต่ละแบบมีคุณสมบัติ รวมถึงความข้น ความหนืด และการลงน้ำหนักเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีแตกต่างกัน ดังนั้นเราจึงจำเป็นใช้งานอุปกรณ์ทาสีให้เหมาะสมกับสีแต่ละประเภท ดังนี้

  • สีรองพื้น/สีน้ำอะคริลิก : แปรง ลูกกลิ้งทาสี
  • สีน้ำมัน : แปรง ลูกกลิ้งเคมี กาพ่นสี
  • สีย้อมไม้/น้ำยารักษาเนื้อไม้ : แปรงขนกระต่าย
ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสีทาบ้านที่จำเป็นเลยคือ เราต้องแยกให้ออกระหว่าง ‘สีผสมเครื่อง’ กับ ‘สีสำเร็จรูป’ เพื่อให้เราเลือกใช้งานให้อย่างเหมาะสมกับความต้องการ ซึ่งสีทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันดังนี้ 

  • สีทาอาคารผสมเครื่อง
    • เป็นสีที่ผสมให้ตามที่ลูกค้าต้องการ
    • ผ่านเครื่องผสมสีที่ได้มาตรฐาน หรือเครื่องผสมสีดิจิทัล
    • มีเฉดให้เลือกหลากหลาย
  • สีทาอาคารสำเร็จรูป
    • เป็นสีสำเร็จที่ผสมมาจากโรงงาน
    • มีสีมาตรฐาน และสีที่นิยมใช้งานกันทั่วไป
    • มีให้เลือกตามแค็ตตาล็อก
ทีนี้เวลาเราไปเลือกซื้อสีตามห้างร้านต่าง ๆ มักจะไม่เจอแค่คำถามว่าต้องการสีเฉดไหนดี แต่จะมีคำถามว่า “ต้องการฟิล์มสีแบบไหน” ด้วย ซึ่งเราอย่าเพิ่งทำหน้างงไป เพราะฟิล์มสีก็เหมือนเป็นการเลือกความเงาของสีให้เหมาะสมกับพื้นผิวนั่นเอง โดยทั่วไปก็มีให้เลือกคือกึ่งเงาและด้าน มีความแตกต่างกันดังนี้ 

  • สีกึ่งเงา
    • ลักษณะมันเงา ฝุ่นจับได้ยาก
    • สะท้อนแสงได้ดี บ้านไม่ร้อน
  • สีด้าน
    • ลักษณะด้าน ไม่สะท้อนแสงรบกวนสายตา
    • นิยมใช้กับฝ้าเพดาน แผ่นยิปซั่ม


    เมื่อเข้าสู่การตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกซื้อสีประเภทไหนมาใช้งาน อย่าลืมคำนึงถึงพื้นที่ที่เราต้องการทา ซึ่งเราขอย่อยข้อมูลอย่างง่ายมาให้ทุกคนได้คำนวณปริมาณสีกับพื้นที่ใช้งาน เพื่อความคุ้มค่าในต้นทุน โดยขอยกตัวอย่าง เช่น  
    พื้นที่ทาสี (ตารางเมตร) = กว้าง x ยาว
    5 x 10 = 50 ตารางเมตร 
    • ถังสีขนาด 1/4 แกลลอน – ทาได้ 7.5 ตารางเมตร
    • ถังสีขนาด 1 แกลลอน – ทาได้ 30 ตารางเมตร
    • ถังสีขนาด 2.5 แกลลอน – ทาได้ 75 ตารางเมตร
    • ถังสีขนาด 5 แกลลอน – ทาได้ 150 ตารางเมตร
    ปริมาณสีที่เรายกตัวอย่างไป คือขนาดที่พบได้ตามร้านขายสีและอุปกรณ์ทั่วไป ซึ่งพื้นที่ในการทาอาจไม่ตรงกับการใช้งานจริง ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสี อุปกรณ์ที่ใช้ และลักษณะของพื้นผิว

    ข้อควรรู้ขั้นตอนการทาสี

    1. การเตรียมพื้นผิว

    • ผนังปูนฉาบใหม่ ควรทิ้งไว้ประมาณ 20-30 วันก่อนเริ่มงานสี
    • ผนังปูนเก่า ขัดคราบสีเก่า ซ่อมแซมรอบแตกร้าว และกำจัดเชื้อรา
    • ไม้ ทำความสะอาดพื้นผิสไม้เดิมที่เคยทาสีไว้ หรือขัดเตรียมพื้นผิวใหม่ด้วยกระดาษทราย
    • เหล็ก ขัดสนิมเหล็กออกด้วยกระดาษทราย

    2. การทาสีรองพื้น

    • เป็นสีที่ใช้ทาบนพื้นผิววัสดุก่อนทาสีทันหน้า
    • ช่วยให้สีทับหน้ายึดเกาะกับพื้นผิวได้ดียิ่งขึ้น
    • การทาสีทับหน้า
    • ควรทาสีทับหน้า 2 เที่ยว
    • ทิ้งระยะให้สีที่ทาครั้งแรกแห้งสนิทก่อน 2-3 ชั่วโมง จึงทาทับเที่ยวถัดไป

    3. การทาสีทับหน้า

    • ควรทาสีทับหน้า 2 เที่ยว
    • ทิ้งระยะให้สีที่ทาครั้งแรกแห้งสนิทก่อน 2-3 ชั่วโมง จึงทาทับเที่ยวถัดไป


    ทั้งหมดนี้คือความรู้พื้นฐานของสีทาบ้านประเภทต่าง ๆ สิ่งสำคัญเลยคือการเลือกใช้งานสี และอุปกรณ์แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น หากต้องการซื้อไปทาภายนอกอาคาร ก็ไม่ควรซื้อซื้อทาภายในไปใช้ทาภายนอก เพราะทั้งสีทาภายในและภายนอกมีคุณสมบัติ การป้องกัน และความคงทนแตกต่างกัน หากนำไปใช้งานผิดประเภทก็จะทำให้สีเสื่อมสภาพเร็ว รวมถึงการทาสี 

    ช้อปปิ้งสินค้า ‘สีทาบ้าน’ ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง กับไทวัสดุ

    สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งสินค้าเพื่อบ้านบนโลกออนไลน์ได้แล้ววันนี้กับ ไทวัสดุ ศูนย์รวมสินค้าบ้านของคนไทย จำหน่ายสีเบอร์ สีผสม สีรองพื้น สีน้ำมัน สีย้อมไม้ อุปกรณ์ทาสี ฯลฯ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สั่งง่าย สะดวกรวดเร็ว เลือกรับสินค้าที่สาขาด้วยตนเอง หรือเลือกรับสินค้าที่บ้าน บริการจัดส่งทั่วประเทศ สั่งผ่านออนไลน์ได้ที่ thaiwatsadu.com หรือติดต่อผ่านช่ฮงทาง Chat & Shop LINE @thaiwatsadu โทร. 1308