ข้อต่อทางเดินระบบประปา

 

 

มีหลายๆคนถามพี่ไทเข้ามาว่า ทำไมข้อต่อทางเดินระบบประปาถึงแตกหักและรั่วซึมง่าย ทำยังไง แก้ไขยังไงดี? เป็นปัญหาต้นๆที่พบบ่อยในที่พักอาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้าน อาคาร คอนโด ในบางจุดอาจจะทำการแก้ไขได้ยากเพราะเนื่องจากส่วนมากท่อประปาจะถูกฝังอยู่ในผนัง การซ่อมแต่ละทีอาจจะต้องทุบ รื้อ ทิ้ง ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เพื่อการแก้ปัญหาที่ดี พี่ไทแนะนำ ให้ใส่ใจในการเลือกอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำระบบประปา ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องราคาแพงที่สุด แต่ควรเลือกให้เหมาะสมกับประเภทการใช้งานที่สุด นั่นเองครับ

• ท่อพีวีซี มองดูเผินๆท่อพีวีซีโดยทั่วไปนั้นจะไม่แตกต่างกัน แต่พี่ไทบอกได้คำเดียวเลยครับว่าแตกต่าง! โดยแตกต่างกันในเรื่องชั้นคุณภาพ ซึ่งถ้าหากเลือกใช้ไม่เหมาะสม ก็เตรียมรับมือกับปัญหาท่อแตกรั่วซึมกันได้เลยครับ ซึ่งโดยทั่วไปท่อ pvc ภายในท้องตลาด สามารถแบ่งเป็น 3 ชั้นคุณภาพโดยแบ่งวัดจาก ความสามารถในการทนแรงดันน้ำ ได้แก่ 5,8.5,13.5 บาร์ แล้วมันแตกต่างกันอย่างไร? โดยท่อคุณภาพ 5 บาร์นั้นจะเหมาะในการใช้งานในท่อระบายน้ำ 8.5 บาร์ จะเหมาะกับประปาน้ำดีในบ้านที่รับแรงดันที่เกิดจากปั๊มน้ำ ส่วนคุณภาพ 13.5 นั้นจะเหมาะกับงานที่ใช้ปั๊มแรงดันสูง ตามโรงแรม และคอนโดนั่นเองครับ

วิธีการเดินท่อประปา โดยทั่วไปแล้วจะมีอยู่ 2วิธี

1.เดินท่อแบบลอย การเดินท่อแบบนี้จะเห็นได้ชัดเจน สามารถดูแลรักษาซ่อมแซมได้ง่าย แต่ข้อเสียคือดูไม่สวยงาม ส่วนใหญ่ มักจะนิยมเดินติดกับผนัง หรือวางบนพื้น การเดินท่อในลักษณะนี้ พี่ไทแนะนำให้ลองเลือกใช้ท่อ pvc หรือ ท่อเหล็กเหล็กชุบสังกะสีดูครับ เพราะมีราคาถูกและยังง่ายต่อการดูแลรักษา

2.เดินท่อแบบฝัง การเดินท่อแบบฝังนั้นจะช่วยในเรื่องของความสวยงาม แต่ถ้าหากเกิดปัญหาท่อแตกร้าวรั่วซึม จะซ่อมแซมได้ยากเพราะต้องทุบผนังหรือพื้นเพื่อทำการซ่อมแซมท่อ โดยทั่วไปการเดินท่อแบบฝังใต้ดินนั้นจะนิยมใช้ ท่อ PE ซึ่งมีคุณสมบัติ สามารถโค้งและบิดงอได้ ถ้าหากใช้ท่อ pvc ธรรมดาในกรณีที่เดินผ่านเสา หรือคานใต้ดินต่างๆ จะต้องใช้จำนวนข้อต่อที่มาก ทำให้เสี่ยงต่อปัญหาน้ำรั่วซึม อีกทั้งยังเมื่อเกิดการทรุดตัวของอาคารหากเป็นท่อ pvc นั้นจะทำให้ท่อแตกร้าวได้ง่าย ซึ่งถ้าหากเป็นท่อ PEจะมีความยืดหยุ่นที่สูงกว่า

 

นี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในเคล็ดลับดีๆที่พี่ไทอยากนำมาแชร์ หากมั่นใจว่าคุณกำลังเผชิญกับปัญหาน้ำรั่วซึมอยู่ลองแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่พี่ไทแนะนำดูสิครับ นอกจากจะประหยัดน้ำแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าด้วยนะ